สมัครเอเย่นต์ อาหารไทยหลายอย่างจะขาดรสอร่อยไป หากไม่ใช่กระเทียมเป็นส่วนผสม หรือเครื่องปรุงรส และไม่เฉพาะอาหารคาวเท่านั้น แม้แต่ของว่างอย่าง สาคูไส้หมู ข้าวเกรียบปากหม้อ เมี่ยงต่างๆ ก็ยังต้องมีกระเทียมกิน เป็นของแนมคู่กันไปเสมอกระเทียมโทนจะมีเนื้อเยอะ และมีกลุ่นฉุนน้อยกว่า จึงเหมาะที่จะกินเป็นเครื่องแนม อย่างที่ว่าไว้ และเนื่องจากกระเทียมโทน ค่อนข้างหายาก จึงนิยมนำกระเทียมโทนมาดองเป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้สามารถใช้ประกอบอาหาร ได้ตลอดปีสำหรับต้นกระเทียมที่นำมาผัดกับตับหมู หรือเนื้อปลานั้น เป็นต้นกระเทียมอีกหนึ่งพันธุ์ ซึ่งเรียกว่า ‘กระเทียมใบ’ เป็นพันธุ์ที่ปลูกเพื่อ ใช้ส่วนที่เป็นใบโดยเฉพาะ เพราะหากใช้ใบของต้นกระเทียมทั่วๆ ไป จะมีเส้นใยมาก เนื้อหยาบ และมีสารพิษตกค้างค่อนข้างมาก จึงไม่นิยมนำมาบริโภคแก้ความดันโลหิตสูง เอากระเทียมประมาณ 250 หัว แช่กับเหล้าขาว ประมาณ 1 ลิตร ใช้เวลานาน 6 อาทิตย์ รินเอาน้ำใสใส่ขวดใช้รับประทานครั้งละครึ่งช้อนกาแฟ ตอนเช้าวันละ 1 ครั้งกระเทียม (garlic) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Allium sativum Linn. แทบทุกครัวเรือนรู้วิธีการเจียวกระเทียมในน้ำมันให้หอมก่อน แล้วจึงใส่เนื้อสัตว์หรือผัก เป็นวิธีดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์และเพิ่มรสชาติให้กับอาหารประเภทผัดชนิดต่างๆ ได้อย่างดี ทั้งยังใช้กระเทียมเจียวโรยหน้าอาหารอีกหลายอย่าง หรือใช้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งในเครื่องแกงชนิดต่างๆ โดยเฉพาะเป็นตัวช่วยแต่งกลิ่นและรสร่วมกับมะนาวในน้ำพริกกะปิ แม้แต่พริกน้ำปลาหรือน้ำจิ้มรสแซบก็จะลืมกระเทียมไปไม่ได้ นอกจากนี้ใบและหัวกระเทียมสดๆ ยังเป็นผัก รวมถึงกระเทียมดองของอร่อยคอเลสเตอรอลและ ไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ลดการเกิดโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง ต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส และสารที่เป็นพิษต่อตับ จากการทดลองโดยใช้สัตว์ทดลองพบว่า กระเทียม สามารถต้านการเกิดเนื้องอก (tumor formation) และการค้นพบที่สำคัญยิ่งคือมีรายงานว่ากระเทียม ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด เอ็นเค (Natural killer , NK) ทำหน้าที่ได้ดีมากขึ้นสมัครเอเย่นต์

ประโยชน์ของกระเทียม
Posted by admin
on December 6, 2011
Comments are closed.